1.ให้นักศึกษายกตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีรูปแบบธุรกิจของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B2B, B2C, C2C, Brick and Motar, Chick and Chick มาอย่างน้อยรูปแบบละ 3 เว็บไซต์ พร้อมทั่งอธิบายว่าป็นเว็บไซต์ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอะไร
แบบ B2B :: www.microsoft.xom เป็นบริษัทซอฟแวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลิตซอฟท์แวร์สำหรับบุคคล
ทั่วไปและบริษัทห้างร้าน
www.cisco.com ขายเกี่ยวกับอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์ทางด้านเครือข่าย
www.dell.com เป็นบริษัทขายคอมพิวเตอร์
แบบ B2C :: www.amazon.com บริษัทผู้ขายของปลีกสินค้าผ่านเว็ปไซต์
www.etrade.com เป็นเว็ปไซต์ที่เกี่ยวกับซื้อขายหุ้น
www.agoda.co.th เป็นเว็ปไซต์สำหรับจองโรงแรมในประเทศ
แบบ C2C :: www.ebay.com เป็นเว็ปไซต์ประมูลสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก
www.pramool69.com เว็ปประมูลสินค้าออนไลน์
www.bidokay.com เว็ปประมูลสินค้า
แบบ Brick and Motar :: www.naiin.com ร้านขายหนังสือ
www.watsons.co.th ร้านขายผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม
www.boots.com ร้านขายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม
แบบ Click and click :: www.usedcloh.com ร้านขายเสื้อผ้ามือสองจากญี่ปุ่น
www.thaimobilecenter.com ร้านขายมือถือ
www.bkkshopping.net ร้านขายกระเป๋าแฟชั่น
2.ให้นักศึกษาบอกประโยชน์ของการค้าแบบออนไลน์หรือ E- commerce มาอย่างน้อย 5 ข้อ
-ลดเวลาในการจัดซื้อ
-เพิ่มประสิทธิภาพในระบบภาพในสำนักงาน
-ลดภาระสินค้าคงครัง
-เพิ่มสินค้าและบริการใหม่
-เพิ่มความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ทั่วถึง
3.ให้นักศึกษาหาข้อจำกัดของการค้าแบบออนไลน์หรือ E- commerce มาอย่างน้อย 5 ข้อ
1 E-Commerce ยังมีประเด็นเชิงนโยบายที่ทำให้รัฐบาลต้องเข้ามากำหนดมาตรการ เพื่อให้ความคุ้มครองกับผู้ซื้อและผู้ขาย ขณะเดียวกันมาตรการมนเรื่องระเบียบที่จะกำหนดขึ้นต้องไม่ขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยี
2 ผู้ขายไม่มั่นใจว่าลูกค้ามีตัวตนอยู่จริง จะเป็นบุคคลเดี่ยวกับที่แจ้งสั่งซื้อสินค้าหรือไม่ มีความสามารถในการที่จะจ่ายสินค้าและบริการหรือไม่ และไม่มั่นใจว่าการทำสัญญาซื้อขายผ่านระบบ Internet จะมีผลถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
3 ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถทำสำเนาหรือดัดแปลงหรือสร้างขึ้นใหม่ได้ง่ายกว่าเอกสารที่เป็นกระดาษ จึงต้องจัดการระบบการรักษาความปลอดภัยในการอ้างสิทธิให้ดีพอ
4 E-Commerce ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับการจัดการทางธุรกิจที่ดีด้วย การนำระบบนี้มาใช้จึงไม่สมควรทำตามกระแสนิยม เพราะถ้าลงทุนไปแล้วไม่สามารถให้บริการที่ดีกับลูกค้าได้ ย่อมเกิดผลเสียต่อบริษัท
5 ข้อจำกัดทางโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Limitations) เป็นข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานของเมืองไทยเอง เช่น Dial Speed ที่จำกัดแค่ 56Kbps มอนิเตอร์ 14 หรือ 15 นิ้วซึ่งเริ่มไม่พอที่จะแสดงผลได้หมด การยัดเยียดลูกเล่นต่างๆ มากมายลงไปใน Web ทำให้การ Load Web ช้ามาก เป็นต้น
วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554
รวมงาน
1. คำถาม 5 ข้อ
http://jack-pongthong.blogspot.com/2011/08/blog-post_11.html
2.ปุ่ม 5 ปุ่มที่ให้ออกแบบ

3. นามบัตร

4. ปกนิตยสาร

5.Post card
http://jack-pongthong.blogspot.com/2011/08/blog-post_11.html
2.ปุ่ม 5 ปุ่มที่ให้ออกแบบ
3. นามบัตร
4. ปกนิตยสาร
5.Post card
วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
การจัดเก็บแฟ้มภาพกราฟิก
ความละเอียดของภาพ
ความละเอียดของภาพหมายถึง จำนวนจุดที่ใช้ในการประกอบกันเป็นภาพ เช่น ความละเอียดของภาพขนาด 640 x 480 จุด
จำนวนสี
จำนวนสีหมายถึง จำนวนสีที่จุดภาพสามารถเก็บหรือแสดงได้ เช่น จุดภาพ 1 จุดที่ใช้เนื้อที่ 8 บิต จะมีจำนวนสีได้ 256 สี
รูปแบบของแฟ้มข้อมูลกราฟิก
รูปแบบของแฟ้มข้อมูลกราฟิก หมายถึง รูปแบบของข้อมูลที่ใช้ในการจัดเก็บภาพกราฟิกลงในแฟ้ม มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้งาน ตัวอย่างเช่น
1) จิฟ (Graphics interchange Format : GIF) หรือที่มีส่วนขยายแฟ้มเป็น .GIF
จุดเด่น
จุดด้อย
GIF87 พัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1987
เป็นไฟล์กราฟิกรุ่นแรกที่สนับสนุนการนำเสนอบนอินเทอร์เน็ต เป็นไฟล์ที่มีขนาดเล็กและแสดงผลสีได้เพียง 256 สี และกำหนดให้แสดงผลแบบโครงร่างได้ (Interlace)
GIF89A พัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1989
2) เจเพ็ก (Joint Photographic Expert Group Graphics : JPEG) หรือที่มีส่วนขยายแฟ้มเป็น .JPEG เป็นรูปแบบของแฟ้มภาพกราฟิกแบบกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านภาพ ที่พัฒนาโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์กราฟิกที่ได้รับการสนับสนุนโดยองค์การระหว่างประเทศ ว่าด้วยมาตรฐาน ( ISO) และคณะกรรมการที่ปรึกษาระหว่างประเทศเกี่ยวกับโทรเลขและโทรศัพท์(CCITT) รูปแบบนี้เหมาะสำหรับงานถ่ายภาพ ภาพศิลปะ และภาพวาดที่มีคุณภาพสีสันตามธรรมชาติ ความละเอียดคมชัดไม่เหมาะกับงานภาพลายเส้น ข้อความ หรืองานการ์ตูนง่าย ๆจุดเด่น
ทำให้พื้นของรูปโปร่งใสไม่ได้
3) บีเอ็มพี (bitmap) หรือที่มีส่วนขยายแฟ้มเป็น .bmp เป็นรูปแบบของแฟ้มภาพกราฟิกซึ่งออกแบบโดยบริษัทไมโครซอฟต์ เป็นรูปแบบพื้นฐานที่ใช้งานได้ดีกับโปรแกรมที่ทำงานภายใต้วินโดว์ และใช้งานมากบนระบบวินโดว์ จุดประสงค์ของรูปแบบ นี้เน้นให้แสดงผลได้รวดเร็วบนระบบวินโดว์
ข้อควรคำนึงในการจัดเก็บแฟ้มภาพกราฟิก
1) เลือกใช้จำนวนสีให้เหมาะสม การใช้จำนวนสีมากจะทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูง แต่จะสิ้นเปลืองเนื้อที่ในการเก็บข้อมูลมาก ดังนั้นการเลือกใช้จำนวนสีที่เหมาะสมกับภาพจะทำให้เปลืองเนื้อที่น้อยกว่าและส่งผลให้สามารถประมวลผลภาพได้เร็วขึ้น
2) เลือกรูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิกที่ทำให้การจัดเก็บข้อมูลมีขนาดลดลง รูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิกมีผลขนาดของแฟ้มข้อมูล เช่น รูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิ แบบ bmp ถูกออกแบบมาเพื่อให้นำแสดงผลได้รวดเร็ว แฟ้มเหล่านี้จะกินเนื้อที่มาก รูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิกแบบเจเพ็ก (.jpeg) มีผลให้คุณภาพของภาพด้อยลง แต่ลดขนาดแฟ้มภาพกราฟิกให้มีขนาดหนึ่งในสามของรูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิกแบบจิฟ (.gif) ในขณะที่รูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิกแบบจิฟ (.gif) เก็บจำนวนสี 256 สี ดังนั้นควรเลือกรูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิกที่เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อจะได้ไม่สิ้นเปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บภาพกราฟิก
3) เลือกใช้โปรแกรมบีบอัดข้อมูล ในกรณีที่ไม่สามารถเก็บภาพในรูปแบบแฟ้มที่ลดขนาดข้อมูล การเลือกใช้โปรแกรมบีบอัดข้อมูลบางตัว เช่น pkzip หรือ winzip จะช่วยลดขนาดข้อมูลในการจัดเก็บลงแฟ้มได้
ความละเอียดของภาพหมายถึง จำนวนจุดที่ใช้ในการประกอบกันเป็นภาพ เช่น ความละเอียดของภาพขนาด 640 x 480 จุด
จำนวนสี
จำนวนสีหมายถึง จำนวนสีที่จุดภาพสามารถเก็บหรือแสดงได้ เช่น จุดภาพ 1 จุดที่ใช้เนื้อที่ 8 บิต จะมีจำนวนสีได้ 256 สี
รูปแบบของแฟ้มข้อมูลกราฟิก
รูปแบบของแฟ้มข้อมูลกราฟิก หมายถึง รูปแบบของข้อมูลที่ใช้ในการจัดเก็บภาพกราฟิกลงในแฟ้ม มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้งาน ตัวอย่างเช่น
1) จิฟ (Graphics interchange Format : GIF) หรือที่มีส่วนขยายแฟ้มเป็น .GIF
จุดเด่น
- มีขนาดไฟล์ต่ำ
- สามารถทำพื้นของภาพให้เป็นพื้นแบบโปร่งใสได้ ( Transparent)
- มีระบบแสดงผลแบบหยาบและค่อยๆ ขยายไปสู่ละเอียดในระบบ Interlace
- มีโปรแกรมสนับการสร้างจำนวนมาก
- เรียกดูได้กับ Graphics Browser ทุกตัว
- ความสามารถด้านการนำเสนอแบบภาพเคลื่อนไหว ( Gif Animation)
จุดด้อย
- แสดงสีได้เพียง 256 สี
GIF87 พัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1987
เป็นไฟล์กราฟิกรุ่นแรกที่สนับสนุนการนำเสนอบนอินเทอร์เน็ต เป็นไฟล์ที่มีขนาดเล็กและแสดงผลสีได้เพียง 256 สี และกำหนดให้แสดงผลแบบโครงร่างได้ (Interlace)
GIF89A พัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1989
2) เจเพ็ก (Joint Photographic Expert Group Graphics : JPEG) หรือที่มีส่วนขยายแฟ้มเป็น .JPEG เป็นรูปแบบของแฟ้มภาพกราฟิกแบบกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านภาพ ที่พัฒนาโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์กราฟิกที่ได้รับการสนับสนุนโดยองค์การระหว่างประเทศ ว่าด้วยมาตรฐาน ( ISO) และคณะกรรมการที่ปรึกษาระหว่างประเทศเกี่ยวกับโทรเลขและโทรศัพท์(CCITT) รูปแบบนี้เหมาะสำหรับงานถ่ายภาพ ภาพศิลปะ และภาพวาดที่มีคุณภาพสีสันตามธรรมชาติ ความละเอียดคมชัดไม่เหมาะกับงานภาพลายเส้น ข้อความ หรืองานการ์ตูนง่าย ๆจุดเด่น
- สนับสนุนสีได้ถึง 24 bit
- สามารถกำหนดค่าการบีบไฟล์ได้ตามที่ต้องการ
- มีระบบแสดงผลแบบหยาบและค่อยๆ ขยายไปสู่ละเอียดในระบบ Progressive
- มีโปรแกรมสนับสนุนการสร้างจำนวนมาก
- เรียกดูได้กับ Graphics Browser ทุกตัว
- ตั้งค่าการบีบไฟล์ได้ ( compress files)
ทำให้พื้นของรูปโปร่งใสไม่ได้
3) บีเอ็มพี (bitmap) หรือที่มีส่วนขยายแฟ้มเป็น .bmp เป็นรูปแบบของแฟ้มภาพกราฟิกซึ่งออกแบบโดยบริษัทไมโครซอฟต์ เป็นรูปแบบพื้นฐานที่ใช้งานได้ดีกับโปรแกรมที่ทำงานภายใต้วินโดว์ และใช้งานมากบนระบบวินโดว์ จุดประสงค์ของรูปแบบ นี้เน้นให้แสดงผลได้รวดเร็วบนระบบวินโดว์
ข้อควรคำนึงในการจัดเก็บแฟ้มภาพกราฟิก
1) เลือกใช้จำนวนสีให้เหมาะสม การใช้จำนวนสีมากจะทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูง แต่จะสิ้นเปลืองเนื้อที่ในการเก็บข้อมูลมาก ดังนั้นการเลือกใช้จำนวนสีที่เหมาะสมกับภาพจะทำให้เปลืองเนื้อที่น้อยกว่าและส่งผลให้สามารถประมวลผลภาพได้เร็วขึ้น
2) เลือกรูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิกที่ทำให้การจัดเก็บข้อมูลมีขนาดลดลง รูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิกมีผลขนาดของแฟ้มข้อมูล เช่น รูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิ แบบ bmp ถูกออกแบบมาเพื่อให้นำแสดงผลได้รวดเร็ว แฟ้มเหล่านี้จะกินเนื้อที่มาก รูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิกแบบเจเพ็ก (.jpeg) มีผลให้คุณภาพของภาพด้อยลง แต่ลดขนาดแฟ้มภาพกราฟิกให้มีขนาดหนึ่งในสามของรูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิกแบบจิฟ (.gif) ในขณะที่รูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิกแบบจิฟ (.gif) เก็บจำนวนสี 256 สี ดังนั้นควรเลือกรูปแบบแฟ้มข้อมูลกราฟิกที่เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อจะได้ไม่สิ้นเปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บภาพกราฟิก
3) เลือกใช้โปรแกรมบีบอัดข้อมูล ในกรณีที่ไม่สามารถเก็บภาพในรูปแบบแฟ้มที่ลดขนาดข้อมูล การเลือกใช้โปรแกรมบีบอัดข้อมูลบางตัว เช่น pkzip หรือ winzip จะช่วยลดขนาดข้อมูลในการจัดเก็บลงแฟ้มได้
เทคนิคการสร้างภาพกราฟิก
การสร้างภาพกราฟิกด้วยคอมพิวเตอร์มีเทคนิคอยู่สองวิธี คือ กราฟิกแผนที่บิต (bitmapped graphics) หรือกราฟิกแรสเตอร์ (raster graphics) หรือกราฟิกจุดภาพ (pixel graphics) และกราฟิกเส้นสมมติ (vector graphics) หรือกราฟิกเชิงวัตถุ (object – oriented graphics)
กราฟิกแผนที่บิตหรือภาพแบบบิตแมป (bitmapped graphics)
โปรแกรมสำหรับสร้างภาพโดยใช้เทคนิคกราฟิกแผนที่บิต ซึ่งทั่วไปเรียกว่า โปรแกรมระบายสี (paint program) จะสร้างและเก็บภาพกราฟิกไว้ในรูปแบบของจุดบนจอภาพ (screen pixels) ซึ่งเรียงต่อกัน โดยแต่ละจุดภาพ (pixels) จะแยกกันยู่ในตำแหน่งหน่วยความจำอย่างอิสระ มีลักษณะประจำของจุดแต่ละจุด เช่น สี ความเข้มแสง จึงทำให้สามารถปรับแต่งสีได้อย่างสวยงาม แต่เนื่องจากการเรียงต่อของจุดภาพอยู่ในลักษณะตาราง ภาพที่ได้จึงมีรอยหยักที่เกิดจากรูปสี่เหลี่ยมของจุดแต่ละจุด
• สามารถเก็บรายละเอียดของภาพให้มีสีสันต่าง ๆ ได้ดีกว่า เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสี หรือกำหนดสีที่ต้องการความละเอียด สวยงามได้ง่าย
• สามารถตกแต่งภาพและเพิ่มรายละเอียดพิเศษที่น่าสนใจ เช่น ปรับความเข้มแสง ปรับแต่งสี แรเงา
ข้อเสียของกราฟิกแผนที่บิต
• สิ้นเปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บแฟ้มภาพ
• การประมวลผลภาพบางอย่างมีข้อจำกัด เช่น การหมุนภาพ การปรับขนาดหรือสัดส่วนภาพถ้านำภาพมาขยาย ความสวยงามจะลดลง แต่ถ้าเพิ่มความละเอียด จะทำให้ภาพมีขนาดใหญ่
กราฟิกเส้นสมมติหรือภาพแบบเวกเตอร ์(vector graphics)
โปรแกรมสำหรับสร้างภาพที่ใช้เทคนิคกราฟิกเส้นสมมติโดยทั่วไปเรียกว่า โปรแกรมวาดภาพ (draw program) จะสร้างและเก็บข้อมูลภาพกราฟิกไว้ในรูปแบบสูตรทางคณิตศาสตร์ที่บอกตำแหน่งของเส้นหรือจุดและความสัมพันธ์ว่า จุดใดหรือเส้นใดเชื่อมโยงกันบ้าง จึงสามารถปรับขนาดของภาพไดง่าย และไม่ทำให้เสียรูปทรง

• การจัดเก็บสิ้นเปลืองเนื้อที่น้อยกว่ากราฟิกแผนที่บิตมาก
• การประมวลผลบางอย่างเช่น การย่อขยายเปลี่ยนแปลงขนาดได้โดยความละเอียดไม่ลดลง การหมุนจะทำได้ดีกว่า
ข้อเสียของกราฟิกเส้นสมมติ
• ไม่สามารถเก็บรายละเอียดของสีสันต่าง ๆ ได้ดี เนื่องจากเก็บในรูปแบบสูตรของเส้น
กราฟิกแผนที่บิตหรือภาพแบบบิตแมป (bitmapped graphics)
โปรแกรมสำหรับสร้างภาพโดยใช้เทคนิคกราฟิกแผนที่บิต ซึ่งทั่วไปเรียกว่า โปรแกรมระบายสี (paint program) จะสร้างและเก็บภาพกราฟิกไว้ในรูปแบบของจุดบนจอภาพ (screen pixels) ซึ่งเรียงต่อกัน โดยแต่ละจุดภาพ (pixels) จะแยกกันยู่ในตำแหน่งหน่วยความจำอย่างอิสระ มีลักษณะประจำของจุดแต่ละจุด เช่น สี ความเข้มแสง จึงทำให้สามารถปรับแต่งสีได้อย่างสวยงาม แต่เนื่องจากการเรียงต่อของจุดภาพอยู่ในลักษณะตาราง ภาพที่ได้จึงมีรอยหยักที่เกิดจากรูปสี่เหลี่ยมของจุดแต่ละจุด
ตัวอย่างไฟล์ : .BMP, .PCS, .TIF, .GIF, .JPG, .PCD
ตัวอย่างโปรแกรมกราฟิกประเภทบิตแมป เช่น Adobe Photoshop , Fractal Design Painter , Paint Shop Pro , L-View เป็นต้น
ข้อดีของกราฟิกแผนที่บิต ตัวอย่างโปรแกรมกราฟิกประเภทบิตแมป เช่น Adobe Photoshop , Fractal Design Painter , Paint Shop Pro , L-View เป็นต้น
• สามารถเก็บรายละเอียดของภาพให้มีสีสันต่าง ๆ ได้ดีกว่า เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการระบายสี สร้างสี หรือกำหนดสีที่ต้องการความละเอียด สวยงามได้ง่าย
• สามารถตกแต่งภาพและเพิ่มรายละเอียดพิเศษที่น่าสนใจ เช่น ปรับความเข้มแสง ปรับแต่งสี แรเงา
ข้อเสียของกราฟิกแผนที่บิต
• สิ้นเปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บแฟ้มภาพ
• การประมวลผลภาพบางอย่างมีข้อจำกัด เช่น การหมุนภาพ การปรับขนาดหรือสัดส่วนภาพถ้านำภาพมาขยาย ความสวยงามจะลดลง แต่ถ้าเพิ่มความละเอียด จะทำให้ภาพมีขนาดใหญ่
กราฟิกเส้นสมมติหรือภาพแบบเวกเตอร ์(vector graphics)
โปรแกรมสำหรับสร้างภาพที่ใช้เทคนิคกราฟิกเส้นสมมติโดยทั่วไปเรียกว่า โปรแกรมวาดภาพ (draw program) จะสร้างและเก็บข้อมูลภาพกราฟิกไว้ในรูปแบบสูตรทางคณิตศาสตร์ที่บอกตำแหน่งของเส้นหรือจุดและความสัมพันธ์ว่า จุดใดหรือเส้นใดเชื่อมโยงกันบ้าง จึงสามารถปรับขนาดของภาพไดง่าย และไม่ทำให้เสียรูปทรง
ตัวอย่างไฟล์ : .EPS, .WMF, .CDR, .AI, .CGM, .DRW, .PLT
ตัวอย่างโปรแกรมกราฟิกประเภทเวกเตอร์ เช่น Adobe Illustrator , Macromedia Freehand , Corel Draw เป็นต้น
ข้อดีของกาฟิกเส้นสมมติ ตัวอย่างโปรแกรมกราฟิกประเภทเวกเตอร์ เช่น Adobe Illustrator , Macromedia Freehand , Corel Draw เป็นต้น
• การจัดเก็บสิ้นเปลืองเนื้อที่น้อยกว่ากราฟิกแผนที่บิตมาก
• การประมวลผลบางอย่างเช่น การย่อขยายเปลี่ยนแปลงขนาดได้โดยความละเอียดไม่ลดลง การหมุนจะทำได้ดีกว่า
ข้อเสียของกราฟิกเส้นสมมติ
• ไม่สามารถเก็บรายละเอียดของสีสันต่าง ๆ ได้ดี เนื่องจากเก็บในรูปแบบสูตรของเส้น
โปรแกรมสำหรับงานกราฟิก
ทุกวันนี้ เราเป็นผู้บริโภคงานกราฟิก ซึ่งเป็นผลิตผลจากคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา วีดิโอเกม ผลการแข่งขันกีฬาบนกระดานอิเล็กทรอนิกส์ การ์ตูนในโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์
ประเภทของโปรแกรมสำหรับงานกราฟิก


ประเภทของโปรแกรมสำหรับงานกราฟิก
โปรแกรมสำหรับงานกราฟิกเป็นส่วนที่สำคัญยิ่งในการใช้ความสามารถของคอมพิวเตอร์ผลิตผลงานกราฟิก ในปัจจุบันมีโปรแกรมสำหรับใช้ทำงานกราฟิกเป็นจำนวนมาก สามารถจัดแบ่งโปรแกรมสำหรับงานกราฟิกออกเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ ตามแผนภาพ ดังนี้
1) กราฟิกวาดภาพ (drawing graphics)
โปรแกรมประเภทนี้ใช้สร้างสรรค์งานศิลปะหรือผลิตผลงานคุณภาพสูง ภาพที่ซับซ้อนทางวิศวกรรม ทางสถาปัตยกรรม และภาพกราฟิกอื่น ๆ แต่ละโปรแกรมจะมีลักษณะใช้เฉพาะงาน ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ โปรแกรมสร้างและตกแต่งภาพ และโปรแกรมช่วยออกแบบ
โปรแกรมประเภทนี้ใช้สร้างสรรค์งานศิลปะหรือผลิตผลงานคุณภาพสูง ภาพที่ซับซ้อนทางวิศวกรรม ทางสถาปัตยกรรม และภาพกราฟิกอื่น ๆ แต่ละโปรแกรมจะมีลักษณะใช้เฉพาะงาน ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ โปรแกรมสร้างและตกแต่งภาพ และโปรแกรมช่วยออกแบบ
โปรแกรมสร้างและตกแต่งภาพ ส่วนใหญ่มีลักษณะการใช้งานที่มีเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกในการสร้างหรือวาดภาพหรือตกแต่งภาพที่คล้ายกัน เช่น การแบ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นส่วน ๆ สำหรับเป็นพื้นที่วาดภาพซึ่งสามารถเลื่อนดูภาพในส่วนที่ไม่ได้ปรากฏบนจอ รายการเลือก กล่องเครื่องมือที่ประกอบด้วยสัญรูปเครื่องมือสำหรับใช้วาดรูป
โปรแกรมช่วยออกแบบ จะใช้ในงานกราฟิกทางด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เช่น แบบแปลนตึก แบบอุปกรณ์ แบบรถยนต์ แบบเครื่องบิน สามารถใช้เขียนภาพ โดยมีมาตราส่วนจริงได้ โปรแกรมช่วยออกแบบทั่วไปยังแบ่งได้เป็นแบบ 2 มิติ ตัวอย่างเช่น ออโตแคด (Auto CAD) และ แบบ 3 มิติ เช่น 3DMAX ซึ่งมักจะใช้ในงานสถาปัตยกรรม หรืองานโฆษณา
2) กราฟิกการนำเสนอ (presentation graphics)
โปรแกรมประเภทนี้ใช้นำเสนอข้อมูลหรือผลงานในรูปกราฟิก ส่วนใหญ่โปรแกรมอนุญาตให้ใส่ ตัวอักษร ภาพ รูปกราฟต่าง ๆ และมีการเก็บข้อมูลเป็นหน้า ๆ เพื่อนำมาแสดงหรือนำเสนอได้ง่าย ตัวอย่างโปรแกรมประเภทนี้ได้แก่ โลตัส ฟรีเลนซ์ (lotus freelance) ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ (Microsoft PowerPoint)
โปรแกรมประเภทนี้ใช้นำเสนอข้อมูลหรือผลงานในรูปกราฟิก ส่วนใหญ่โปรแกรมอนุญาตให้ใส่ ตัวอักษร ภาพ รูปกราฟต่าง ๆ และมีการเก็บข้อมูลเป็นหน้า ๆ เพื่อนำมาแสดงหรือนำเสนอได้ง่าย ตัวอย่างโปรแกรมประเภทนี้ได้แก่ โลตัส ฟรีเลนซ์ (lotus freelance) ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ (Microsoft PowerPoint)
โปรแกรมแสดงข้อมูลทางกราฟิกสามารถจัดอยู่ในกลุ่มโปรแกรมประเภทนี้ได้ เนื่องจากใช้ข้อมูลจากการเก็บรวบรวม คำนวณ หรือทดลองมาแสดงผลเป็นรูปกราฟ 2 มิติ หรือ กราฟ 3 มิติ ทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ของข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนั้นยังมีโปรแกรมที่แสดงข้อมูลจากการคำนวณจำนวนมาก เช่น การสร้างแผนที่อากาศ การทดสอบเครื่องบินในอุโมงค์ลม การสร้างภาพนามธรรม
นอกจากนั้นยังมีโปรแกรมที่แสดงข้อมูลจากการคำนวณจำนวนมาก เช่น การสร้างแผนที่อากาศ การทดสอบเครื่องบินในอุโมงค์ลม การสร้างภาพนามธรรม
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟฟิก
ในอดีตคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ( Computer Graphics ) สามารถถูกสร้างขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญทางระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้แพร่หลายมากขึ้นและผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกก็มีอยู่ทุกระดับ
แนวความคิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟิกจะว่าด้วยทุกๆ ส่วนที่ประกอบกันกลายเป็นภาพ ซึ่งเราจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานของการสร้างภาพก่อน โดยเริ่มจากองค์ประกอบของภาพ รูปแบบของภาพในแต่ละแบบที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถสร้างขึ้นมาได้ รูปแบบของไฟล์ที่นำมาใช้งานมีอะไรบ้าง และถ้าต้องการนำภาพนั้นมาใช้กับงานพิมพ์ควรทำอย่างไร ในปัจจุบันสื่อโทรทัศน์ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ป้ายโฆษณา ไปเป็นสื่อใหม่ในลักษณะงานด้านมัลติมีเดีย ซึ่งเราจำเป็นต้องใช้บุคลากรที่เรียกว่า “นักคอมพิวเตอร์กราฟิก” มาช่วยในการออกแบบงานต่างๆ หรือประยุกต์ใช้กับการทำงาน
ความรู้เรื่องความละเอียด
แนวความคิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟิกจะว่าด้วยทุกๆ ส่วนที่ประกอบกันกลายเป็นภาพ ซึ่งเราจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานของการสร้างภาพก่อน โดยเริ่มจากองค์ประกอบของภาพ รูปแบบของภาพในแต่ละแบบที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถสร้างขึ้นมาได้ รูปแบบของไฟล์ที่นำมาใช้งานมีอะไรบ้าง และถ้าต้องการนำภาพนั้นมาใช้กับงานพิมพ์ควรทำอย่างไร ในปัจจุบันสื่อโทรทัศน์ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ป้ายโฆษณา ไปเป็นสื่อใหม่ในลักษณะงานด้านมัลติมีเดีย ซึ่งเราจำเป็นต้องใช้บุคลากรที่เรียกว่า “นักคอมพิวเตอร์กราฟิก” มาช่วยในการออกแบบงานต่างๆ หรือประยุกต์ใช้กับการทำงาน
ความรู้เรื่องความละเอียด
พิกเซล ( Pixel)
พิกเซล (Pixel) เป็นคำผสมของคำว่า Picture กับคำว่า Element หรือหน่วยพื้นฐานของภาพ เทียบได้กับ "จุดภาพ" 1 จุด แต่ละพิกเซลเปรียบได้กับสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่บรรจุค่าสี โดยถูกกำหนดตำแหน่งไว้บนเส้นกริดของแนวแกน x และแกน y หรือในตารางเมตริกซ์สี่เหลี่ยม ภาพบิตแมปจะประกอบด้วยพิกเซลหลายๆ พิกเซล
ความละเอียดในการแสดงผล ( Resolution ) คำนี้สามารถใช้ได้กับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เช่น ความละเอียดของการแสดงผลของเครื่องพิมพ์ หรือความละเอียดในการแสดงผลของจอภาพ ดังนั้นความละเอียดในการแสดงผลจึงหมายถึง จำนวนหน่วยต่อพื้นที่ ความละเอียดของรูปภาพ หมายถึง จำนวนพิกเซลต่อพื้นที่การแสดงผล มีหน่วยเป็นพิกเซลต่อนิ้ว ( pixels per inch - ppi ) โดยพิกเซลจะมีขนาดไม่แน่นอนขึ้นกับอุปกรณ์เอาต์พุต เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ ถ้ารูปภาพมีความละเอียด 300 dpi เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์สามารถพิมพ์ได้ 300 dpi นั่นคือเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์จะใช้ 1 จุดสำหรับแต่ละพิกเซลของภาพ ความละเอียดของจอภาพ หมายถึง หน่วยของจำนวนจุดที่มากที่สุดที่จอคอมพิวเตอร์สามารถผลิตได้ โดยความละเอียดในการแสดงผลของจอ จะขึ้นกับวีดีโอการ์ด ที่เรียกว่าการ์ดจอ ซึ่งจะมีความสามารถในการแสดงผลหลากหลาย เช่น แสดงผลที่ความละเอียด 800 x 600 พิกเซล หมายถึง จำนวนพิกเซลในแนวนอน เท่ากับ 800 และจำนวนพิกเซลในแนวตั้ง เท่ากับ 600 ความละเอียดของเครื่องพิมพ์ คือ จำนวนจุดเลเซอร์ที่เครื่องพิมพ์สามารถผลิตได้ต่อนิ้ว เช่น ถ้าเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์มีความละเอียด 300 จุดต่อนิ้ว ( dots per inch – dpi ) นั่นคือ เครื่องพิมพ์สามารถพิมพ์ได้ 300 จุดทุกๆ 1 นิ้ว ระบบสีของคอมพิวเตอร์ ระบบสี Additive
|
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)